ศรีสะเกษ – ชาวบ้านเสียงแตก ออกโรงป้อง “ปลาหน้าเขียง” เขตอภัยทาน “วัดหนองตะมะ” นับล้านตัว ถูกนายทุนเหมาซื้อ-ปล่อยขายเซียนแห หัวละ 5 พัน

ชาวบ้านเสียงแตก! ออกโรงป้อง “ปลาหน้าเขียง” เขตอภัยทาน “วัดหนองตะมะ” นับล้านตัว ถูกนายทุนเหมาซื้อ-ปล่อยขายเซียนแห หัวละ 5 พัน 200 ราย มูลค่านับล้าน อ้างหารายได้สร้างศาลา ขณะที่ นอภ.เมืองศรีสะเกษ สั่งเบรก ชะลอจัดกิจกรรมแล้ว

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี คณะกรรมการชุมชนและชาวบ้าน บ้านหนองตะมะ เทศบาลเมืองศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้ทำประชาคม ขายปลา ออกจากสระน้ำด้านหลังวัดหนองตะมะ โดยใช้วิธีขายเหมาให้เอกชน นำไปขายบัตร เพื่อให้มีการ ทอดแหจับปลาออกจากสระน้ำแห่งนี้ ซึ่งมีทั้งปลาบึก ปลาสวาย ปลาจาระเม็ด ปลากะโห้ ปลาตะเพียน และปลาอื่นๆอีกมากมาย ในราคาบัตรละ 5,000 บาท ต่อแห 1 ผืน รับจำนวน 200 ราย รวมมูลค่า 1 ล้านบาท โดยอ้างวัตถุประสงค์ เพื่อหารายได้ไปสร้าง และซ่อมแซมศาลาวัดบ้านหนองตะมะ ให้แล้วเสร็จ ตามวัตถุประสงค์ของชาวบ้าน และทางวัด ที่ตั้งใจไว้

ข้อมูลจากชุมชนบ้านหนองตะมะ ล่าสุดอ้างว่า สระน้ำแห่งนี้ไม่ใช่ของวัดหนองตะมะ แต่อย่างใด จึงไม่ใช่เขตอภัยทาน ตามที่โซเชี่ยลกล่าวถึง ซึ่งพยายามจะสื่อถึง ปลาที่อยู่ในสระน้ำหลังวัด ไม่ใช่ปลาของวัดแต่อย่างใด จึงได้ประสานงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามความประสงค์

แต่ข้อมูลที่ชาวบ้านโดยทั่วไป เข้าใจมาโดยตลอดว่า สระน้ำแห่งนี้ ซึ่งอยู่ด้านวัดฯ นั้น เป็นเขตอภัยทาน และมีป้ายยืนยันตามที่ปรากฏ ทำให้ประชาชนโดยทั่วไป ไม่กล้ามาจับปลา รวมทั้งประชาชนได้มาทำบุญ โดยการให้อาหารปลา ปล่อยปลา ซึ่งเป็นปลาหน้าเขียง เพื่อซื้อชีวิตปลาเหล่านั้น ให้รอดจากการถูกฆ่าตาย

จนแล้วจนเล่า ทางชุมชนหนองตะมะ ได้ตัดสินใจ จะนำปลาออกจากสระแห่งนี้ให้ได้ โดยใช้วิธีขายเหมา ให้เอกชน จากนั้นจะนำปลามาปล่อยคืน สู่สระน้ำอีกครั้ง แต่ความรู้สึกของชาวบ้านที่เข้าใจมาโดยตลอด กำลังจะถูกทำร้ายทางจิตใจ ปลาที่พวกเขาไถ่ชีวิตมันมา กำลังจะถูกฆ่าตาย ในวันที่ 17 พ.ค. 2569 นี้

ล่าสุด นายกันวลินทร์ เมืองแก้ว นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ พร้อมด้วย ปลัดอำเภอ เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ประธานชุมชนหนองตะมะ และคณะกรรมการชุมชน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีปรากฏในสื่อออนไลน์ โพสต์ภาพและข้อความเชิญชวนประชาชนเหมาหว่านแหจับปลาในหนองตะมะ ดังกล่าว พบว่า หนองตะมะ เป็นหนองน้ำที่อยู่นอกเขตวัดหนองตะมะ ไม่ปรากฏทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์ และหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) โดยอยู่ระหว่างเทศบาลเมืองศรีสะเกษสอบสวนและรังวัดสอบเขตเพื่อออก นสล.

โดยปกติมีประชาชนจากหลายพื้นที่มาให้อาหารปลาเป็นประจำ ทำให้มีประชากรปลาหนาแน่น ส่งผลให้เกิดน้ำเน่าเสีย และปลาตายในฤดูฝน ชุมชนจึงได้หารือกันเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยได้ประชาคมและจัดทำโครงการฯสนับสนุนการใช้งบประมาณจากกิจกรรมจับปลาดังกล่าว เพื่อสาธารณประโยชน์เท่านั้น ทั้งนี้้เทศบาลเมืองศรีสะเกษ จะได้กำกับดูแลการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวให้เป็นไปตามระเบียบต่อไป

ขณะที่ชาวเน็ตและกลุ่มชมรมตกปลาหลายแห่ง ต่างออกมากแนะนำทางออกเพื่อปรับสมดุลทางน้ำ “ยังคงมีอีกหลายวิธี ในการแก้ไขปัญหา เพื่อปรับสมดุลทางน้ำ” การทำลายความรู้สึกจากแรงบุญ แรงศรัทธา ของพี่น้องประชาชน ด้วยการแลกชีวิต การฆ่า เพื่อสร้างศาลาวัดหลังใหม่ ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง

ด้าน พระครูสุตธรรมธัช เจ้าอาวาสวัดหนองตะมะ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ พื้นที่วัดไม่ได้มีกำแพงรั้ว บริเวณด้านหลังวัดมีสระน้ำขนาดใหญ่ กว้างประมาณกว่า 20 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่สารธารณะ มีวัดและชุมชนร่วมกันดูแล ต่อมาก่อนที่อาตมา จะมาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ทางกรมประมง ได้เคยนำปลามาปล่อยและติดป้ายหนองน้ำแห่งนี้ เป็นเขตอภัยทาน ชาวบ้านโดยทั่วไปจึงเชื่อว่าสระน้ำดังกล่าวเป็นเขตวัดมาแต่โบราณ จึงมีญาติโยมทั้งในชุมชนพื้นที่และจากพื้นที่ทั่วไป ต่างมาทำบุญและนำปลามาปล่อย เพื่อสะเดาะเคราะห์ ตามความเชื่อของแต่ละบุคคล จนทำให้ปลาเกิดการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว และไม่มีใครกล้าจับปลาในสระน้ำแห่งนี้ เพราะกลัวบาป

ส่วนกรณีที่กำลังจะมีการจัดกิจกรรมขายบัตรทอดแหจับปลาในสระน้ำแห่งนี้นั้น ทางคณะกรรมการชาวบ้าน ได้มีการประกาศเชิญชวนชาวบ้าน และผู้นำชุมชน มาเข้าร่วมประชุมประชาคมก่อนหน้านี้แล้ว โดยคณะกรรมการให้เหตุผลว่า อยากจะเอาปลาออกจากบ่อ เพราะมันแออัด และเคยมีปลาลอยตายเกลื่อนเป็นจำนวนมาก มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการตามมติ แต่การประชาคมกันนั้นญาติโยมชาวบ้านก็ไม่ได้มาทั้งหมด ซึ่งอาตมาก็ได้เสนอแนะให้ มีการสอบถามให้รอบด้านเสียก่อน เพราะอาจมีผลต่อจิตใจของญาติโยมผู้ที่เคยนำปลามาปล่อยและเทียวมาให้อาหารอยู่ตลอด เกรงว่าจะมีผลกระทบทางด้านจิตใจชาวบ้าน กระทั่งเกิดเป็นกระแสดราม่าในโลกออนไลน์ในขณะนี้ จนทำให้ชื่อเสียงของชุมชนและทางวัดเสียหาย จึงอยากให้มีการยุติกิจกรรมดังกล่าว และช่วยกันหาวิธีการอื่นในการลดความแออัดของจำนวนปริมาณปลาต่อไป.

ทีมข่าว จ.ศรีสะเกษ // รายงาน

ในประเทศ

Related posts